จันทบุรีเร่งฟื้นฟูดินหลังน้ำลด วางแผนจัดการน้ำระยะยาว ช่วยเกษตรกรฟื้นสวนทุเรียน พร้อมผลักดันปรับเกณฑ์เยียวยารายต้น

ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี นายธวัชชัย นามสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานการประชุมจัดทำแผนพัฒนาที่ดินและฟื้นฟูสภาพดินหลังน้ำลด พร้อมด้วย เกษตรจังหวัดจันทบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งฟื้นฟูพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะสวนทุเรียนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พร้อมวางแผนป้องกันปัญหาระยะยาว
นายธวัชชัย กล่าวว่า จังหวัดเร่งจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย โดยคาดว่าจะจ่ายได้ครบภายในสัปดาห์นี้ ส่วนความเสียหายด้านการเกษตร ปศุสัตว์ และประมง จะเร่งสำรวจเพื่อช่วยเหลือโดยเร็ว พร้อมเสนอให้ทุกท้องถิ่นมีเรือช่วยเหลือประชาชนอย่างน้อยแห่งละ 1 ลำ โดยจะพิจารณาแนวทางจัดสรรงบประมาณต่อไป

ด้านนางสาวจรรจิรา เจริญทวีชัย ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินจันทบุรี กล่าวว่า แผนฟื้นฟูมุ่งเน้น 4 ด้าน ได้แก่ การปรับปรุงดินที่เสื่อมสภาพจากน้ำท่วม การบริหารจัดการน้ำและสร้างฝายชะลอน้ำ การสนับสนุนปัจจัยการผลิต เช่น เมล็ดพันธุ์ปอเทืองเพื่อฟื้นฟูดิน และการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือให้ทั่วถึง

ขณะที่นายมณฑล ปริวัฒน์ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี ระบุว่า อบจ.เดินหน้าพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำระยะยาว โดยร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน นำเทคโนโลยีมาใช้คาดการณ์ปริมาณฝน ตรวจวัดระดับน้ำและสภาพดิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังน้ำท่วม

ส่วนนางสาวรัชดาวัลย์ น้อยจันทร์ ผู้แทนประธานสภาเกษตรกรจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า ได้ประสานขอรับการสนับสนุนสารเร่งซุปเปอร์ พด.14 จังหวัดละ 2,000 ซอง พร้อมผลักดันการช่วยเหลือเกษตรกรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน และเสนอปรับหลักเกณฑ์เยียวยาทุเรียนจากรายไร่เป็นรายต้น เพื่อให้สอดคล้องกับความเสียหายจริง โดยคาดว่าจะจัดทำข้อเสนอแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2570

นอกจากนี้ นายมณฑล ปริวัฒน์ ในฐานะนายกสมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุด หรือ DMA ระบุว่า น้ำท่วมกระทบเงินทุนหมุนเวียนของเกษตรกรในการฟื้นฟูสวน ส่วนผลผลิตและการส่งออกยังต้องประเมินสถานการณ์ แต่เชื่อว่าทุเรียนภาคตะวันออกยังเป็นที่ต้องการของตลาดจีน จึงคาดหวังว่าราคาทุเรียนจะยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ จังหวัดจันทบุรีจะเร่งบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อฟื้นฟูพื้นที่เกษตรให้กลับมาผลิตได้โดยเร็ว พร้อมลดความเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำในอนาคต




