ตรวจคุณภาพอากาศ ดินน้ำ พื้นที่แหล่งทิ้งกากพิษ 10 จุด

รูปข่าว : ไขข้อข้องใจ วางแผน "แหกคุก" มีความผิดหรือไม่

ตรวจคุณภาพอากาศ ดินน้ำ พื้นที่แหล่งทิ้งกากพิษ 10 จุด
อาจเป็นรูปภาพของ การยิงเป้าบิน และ ต้นไม้
ผู้อำนวยการส่วนตรวจและบังคับใช้กฎหมาย สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สระบุรี) ลงพื้นที่จังหวัดสระแก้วนำอุปกรณ์เก็บตัวอย่างดินและน้ำในพื้นที่ทิ้งกากพิษใน 10 จุด รวม 2 อำเภอ 5 ตำบล เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ในห้อง lab ของกรมควบคุมมลพิษ
อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความวันนี้ 5 ส.ค. 69 ธนาวุธ โนราช ผู้อำนวยการส่วนตรวจและบังคับใช้กฎหมาย สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สระบุรี) พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยปฏบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม นำอุปกรณ์เก็บดินและน้ำบริเวณที่กลุ่มมิจฉาชีพ นำสารพิษหรือกากขยะมาทิ้งใน 2 อำเภอ 5 ตำบลของจังหวัดสระแก้ว เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ที่กรม ควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยจะใช้ระยะเวลาในการตรวจพิสูจน์ไม่ต่ำกว่า 1 เดือนถึงจะสามารถนำกลับมามาแจ้งให้กับพื้นที่รับรับทราบได้
อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป, ต้นไม้ และ พื้นหญ้า

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ขณะที่ก่อนหน้านี้สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 7 (สระบุรี) ได้ลงพื้นที่บริเวณ บ้านพักของนายสว่าง สุพินรัมย์  เลขที่ 504 หมู่ 1 ตำบลห้วยโจด อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว เพื่อตรวจวัดคุณภาพอากาศ ทั้งบริเวณหน้าบ้านและภายในห้องนอน ซึ่งเปิดเผยค่าเฉลี่ยอย่างไม่เป็นทางการ ว่า หากเป็นเวลาช่วงเย็น ที่อากาศนิ่ง ค่าเฉลี่ย คุณภาพอากาศ โดยเฉพาะกลุ่มก๊าซพิษ บริเวณหน้าบ้าน และ ภายในห้องนอนอยู่ในปริมาณที่พอรับได้ แต่สำหรับผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง อาจจะรู้สึกไม่สบายตัวนัก ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้น หากได้ค่าตัวเลขคุณภาพอากาศที่ชัดเจนแล้ว จะได้แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจังหวัดสระแก้วได้ ส่ง เจ้าหน้าที่ ทึ่เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพเข้ามาช่วยเหลือและให้คำปรึกษากับ ผู้อยู่อาศัย ในภายหลัง 
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ขณะที่เมื่อ  ได้เดินเท้า ไปยังบริเวณบ่อขยะที่ห่างจากตัวบ้านประมาณ 100 เมตร ซึ่งเป็นขยะ ประเภทเศษขยะอุตสาหกรรม ผงตะกรัน  สีเทาสีดำ และเปลือกสายไฟบดอัด ที่ถอดทองแดงออกแล้ว พบค่าแก๊สสูงกว่าที่บริเวณบ้าน และมีกลิ่นเหม็นอย่างชัดเจน
จากนั้นเดินออกไปที่บริเวณทิศเหนือของหน้าบ้านนายสว่าง ก็เป็นลักษณะของขยะกากพิษชนิดใกล้เคียงกัน โดยสภาพ ณ ปัจจุบัน เศษวัสดุอันตราย ไหลลงไป ยังแหล่งน้ำ ทำให้ต้นยูคาลิปตัส ในพื้นที่มีลักษณะแห้งและ กำลังยืนต้นตาย

อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป และ ข้อความ
จากนั้นเดินทางต่อไปยังพื้นที่ใกล้เคียงกับบ้านนาย สว่าง ราว 500 เมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ที่ใช้เป็นสนามซ้อมแข่งรถ พบบ่อเก็บตัวทำละลายหรือ solvent อยู่ ภายในบ่อขนาด 50 × 20 เมตร ความลึกไม่ทราบแน่ชัด แต่พบว่ามีปริมาณลดลง จาก วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม ซึ่งผู้สื่อข่าวเข้ามาสำรวจในรอบแรก เนื่องจากมีรอยคราบลดลงทิ้งไว้ชัดเจน และ แม้สภาพ อากาศในพื้นที่จะมีฝนตกต่อเนื่องแต่ สารพิษ ประเภท โซเว้น กลับมีปริมาณลดลง เมื่อ ลองเดินสำรวจเข้าไปในสวนยูคาลิปตัส สังเกตพบว่ามีการใช้สายยางขนาดใหญ่แบบสายฉีดดับเพลิง ลากสายจากบ่อทิ้งสารพิษ และดูดไป รดน้ำโคนต้นยูคาลิปตัสภายในสวน คาดว่าเพื่อเป็นการทำลายหลักฐาน แต่ก็ไม่สามารถกำจัดร่องรอยของกากอุตสาหกรรมจำนวนมากนี้ได้หมดจด
อาจเป็นรูปภาพของ รถตู้ และ ข้อความ
โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจวัดคุณภาพอากาศโดยเฉพาะกลุ่มก๊าซพิษ คาดคะเน จากลิ่น ความเหม็นรุนแรง แตกต่างกันกับกลิ่นของขยะประเภทตะกรันสีดำและเศษสายไฟบทอัด
โดยนายสว่าง เจ้าของบ้านที่พักอาศัยอยู่ใกล้เคียงกับบริเวณจุดทิ้งกากพิษ ที่ล้อมรอบตัวบ้านทุกทิศทุกทาง เปิดเผยอย่างไม่กังวลว่า สังเกตเห็นการนำกากพิษมาทิ้งตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาโดยมีรถ 10 ล้อพ่วงแม่ลูก วิ่งเข้าออกตลอดทั้งวันทั้งคืนราว 150 เที่ยว ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นกลุ่มกากน้ำตาลหรือว่ากากเศษอ้อย  แต่ผ่านไปไม่นาน ได้กลิ่นเหม็นรุนแรง หลังจากนั้น1 สัปดาห์ จึงเดินทางเข้าจ้างไปยังอบต. ห้วยโจดและอบต. ห้วยโจด ก็ได้นำป้ายมาปักห้ามทิ้งขยะในบริเวณดังกล่าวพร้อมกับตั้งข้อหา ฝ่าฝืน ปรับ 2000 บาท

อาจเป็นรูปภาพของ รถพยาบาล และ รถตู้
โดยนายสว่างอ้างว่า พื้นที่ที่พบกากขยะพิษนำมาทิ้งนั้น เป็นของเครือญาติของอดีตนักการเมืองในพื้นที่รายหนึ่ง ซึ่งตนรู้จักและ นับหน้า ถือตา เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นอดีตเจ้าของที่ดิน ที่ตนอาศัย และได้ขายต่อ ที่ดินผืนนี้ให้ตน ได้มาลงหลักปักฐาน ขนาด 1 ไร่ในราคา 40,000 บาท ให้ตน และครอบครัว ได้อาศัยอยู่ตั้งแต่ปี 2553 ที่ผ่านมาอยู่ด้วยความปกติสุขดีทำมาหากินเป็นคนงานสวนมะม่วงในหลายหลายพื้นที่จนมา 4 ปีหลังมานี้ ทำงานสวนผลไม้ไม่ไหวแล้วจึงหันมาประกอบอาชีพเผาถ่าน และทำเกษตรประเภทไร่มันสำปะหลัง เป็นอาชีพเสริมตั้งใจจะอยู่ไปจนตาย เพราะเงียบสงบ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

อาจเป็นรูปภาพของ พื้นหญ้า และ ต้นไม้
ยอมรับว่าเมื่อรู้ว่าคนกันเอง เป็นคนเปิดโอกาส ให้คนนอกพื้นที่ นำขยะพิษเหล่านี้มาทิ้งในพื้นที่รอบบ้านตนรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง เพราะตนคือ คนที่ต้องอยู่ กับขยะ และต้องรับชะตากรรมกับกลิ่นเหม็น ที่ทำลายสุขภาพทั้งตนที่เป็นโรคหัวใจและภรรยาที่เป็นโรคไทรอยด์ รวมทั้งที่บ้านยังมีเด็กเล็กอาศัยรวมกันอยู่หลายชีวิต
แต่คนที่เป็นเจ้าของที่ตัวจริง กลับไม่ได้พักอาศัย แต่กลับได้ประโยชน์ จากการอนุญาต ให้คนที่อื่น เข้ามาใช้พื้นที่เป็นแหล่งทิ้งกากขยะอันตราย ซึ่งทำลาย ดิน น้ำ อากาศ ชาวห้วยโจด ในระยะยาว

แท็ก